Facebook เผย พบข้อผิดพลาดในการวัดผลการรับชมวิดีโอ และจะพัฒนาให้วัดผลได้แม่นยำยิ่งขึ้น
17 พฤศจิกายน 2559

 

ปัจจุบัน เราจะสามารถสังเกตเห็นได้ว่าในหน้า News Feed บน Facebook ของเรานั้นเต็มไปด้วยวิดีโอเป็นจำนวนมาก และผู้บริหารระดับสูงของ Facebook ได้กล่าวอีกว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้า หน้า News Feed จะมีแต่วิดีโอทั้งหมด

 

ทว่า แม้สื่อวิดีโอจะมีจำนวนมากแล้วก็ตาม แต่ Facebook ก็มีความพยายามที่จะทำการวัดผลวิดีโอเหล่านั้นให้มีความถูกต้องและเที่ยงตรงมากยิ่งขึ้น ในด้านของการเข้าถึง (Reach) เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับนักโฆษณาและผู้เผยแพร่คอนเทนต์ ให้ทราบว่าการเผยแพร่วิดีโอนั้นประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่  เนื่องจากมีรายงานของ Wall Street Journal ในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา ที่พบข้อผิดพลาดในวัดผลการเวลาในการรับชมวิดีโอของ Facebook ที่สูงเกินจริงกว่า 80%

 

โดยเมื่อวันพุธที่ผ่านมา Facebook ได้เผยกับผู้สื่อข่าวว่า พวกเขาใช้เวลากว่า 2 เดือนในการตรวจสอบเครื่องมือวัดผลต่างๆ กว่า 220 ตัว และได้ทำการแก้ไขข้อผิดพลาดต่างๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งได้สรุปข้อมูลทั้งหมดไว้ในบล็อก

 

ข้อผิดพลาดที่พบ

ปัญหาในเรื่องของการวัดผลการรับชมวิดีโอที่ Facebook ขนานนามให้ว่าเป็นบั๊กตัวเป้งเลยก็คือ การวัดผล Daily Reach ที่ไม่ได้นับจำนวนผู้เข้าชมซ้ำ (duplicate, repeat visitors) ซึ่งผลที่ถูกต้องอาจต่ำกว่า 55% ในช่วงเวลา 28 วันที่เลือกแสดงผล โดย Facebook ได้มาร์กจุดที่เกิดความบกพร่องในวงกลมสีแดง และข้อมูลที่ถูกต้องในวงกลมสีเขียว (ดูภาพประกอบ)

 

 

สิ่งที่ Facebook ย้ำมาตลอดก็คือนี่เป็นเพียงข้อผิดพลาดเดียวที่พวกเขาพบ ซึ่งพวกเขาได้พยายามอธิบายในบล็อก ซึ่งข้อผิดพลาดเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลต่อการเรียกเก็บเงินกับผู้ลงโฆษณา อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่ Facebook กล่าวนั้นจะสามารถลบล้างข้อมูลที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดเหล่านั้นได้ลงเช่นเดียวกัน

 

อีกข้อผิดพลาดหนึ่งที่ไม่ได้ถูกนำมาวัดผลด้วยก็คือ การไม่ได้นำจำนวนการโหลดวิดีโอของผู้ใช้งานบางคน ซึ่งมีจำนวนที่ต่ำกว่าความเป็นจริง โดยหลังจากที่มีการแก้ไขข้อผิดพลาดนี้แล้ว Facebook คาดว่าตัวเลขวัดผลดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นถึง 35% โดยประมาณ

 

ความผิดพลาดอย่างที่ 3 นั้นพบใน Instant Article ซึ่งเป็นส่วนที่อนุญาตให้ผู้เผยแพร่คอนเทนต์สามารถอัปโหลดขึ้นไปในเครือข่ายได้โดยตรง ทำให้ผู้อ่านสามารถโหลดเนื้อหาได้อย่างรวดเร็ว โดยความผิดพลาดที่พบนั้นคือ Facebook ได้ประเมินเวลาในการอ่านบทความโดยเฉลี่ยสูงกว่าความเป็นจริง แม้จะใช้สูตรในการคำนวณค่อนข้างง่าย โดยใช้เวลาในการอ่านทั้งหมด หารด้วยจำนวนการอ่าน ซึ่ง Facebook ได้ละเลยที่จะนำค่าฮิสโตแกรมบางอย่างมาคำนวณร่วมด้วย

 

สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

แม้ว่าการวัดผลให้สมบูรณ์แบบที่สุดอาจเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยาก แต่ Facebook เองก็มีความพยายามที่จะแก้ไข เพื่อให้ข้อมูลต่างๆ มีความถูกต้องและโปร่งใสมากที่สุด ซึ่งจะมีการตรวจสอบและเฝ้าระวังจุดบกพร่องต่างๆ อย่างต่อเนื่อง "แม้ว่าจะไม่สมบูรณ์แบบไปทั้งหมด แต่เราจะพยายามทำให้มันถูกต้องและโปร่งใสมากเท่าที่จะสามารถทำได้" Carolyn Everson รองประธานฝ่าย Global Marketing Solutions ของ Facebook กล่าว

 

สำหรับการปรับปรุงต่างๆ Facebook จะแจ้งอัพเดตให้ผู้ใช้งานทราบผ่านบล็อก เกี่ยวกับตัวชี้วัดที่ใช้งาน รวมถึงเบื้องหลังต่างๆ ในการเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงยังได้เปลี่ยนชื่อเรียกของตัวชี้วัดบางตัว เช่น การวัดค่า Video View ที่เริ่มต้นนับเมื่อพ้น 3 วินาทีเป็นต้นไป จากเดิมที่เรียกว่า video views เปลี่ยนเป็น 3-second video views แทน

 

นอกจากนี้ Facebook ยังได้ร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกเพื่อช่วยในการวัดผลสื่อต่างๆ เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็น comScore, Nielsen, Integral Ad Science และ Moat ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่พาร์ทเนอร์สามารถตรวจสอบตัวเลขต่างๆ ของ Facebook ได้ รวมถึงการเพิ่มตัวชี้วัดที่แม่นยำตัวใหม่ๆ และตรวจสอบข้อผิดพลาดต่างๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งพาร์ทเนอร์เหล่านี้ ทาง Facebook จะตั้งเป็นทีม Measurement Council โดยเฉพาะ เพื่อตรวจสอบและให้คำชี้แนะต่างๆ ไม่แตกต่างจาก Client Council ที่ Facebook ได้ตั้งขึ้นในปี 2012 เพื่อให้คำแนะนำในด้านการโฆษณา

กำลังเชื่อมต่อ