0
แชร์
บทความสร้างแรงบันดาลใจ

5 สิ่งที่คุณควรรู้ ก่อนจะก้าวเข้ามาทำงาน Freelance

24 สิงหาคม 2015 เวลา 16:43เข้าชม 2589

หลายๆ คนที่ทำงานรับเงินเดือนหาเลี้ยงชีพอยู่ คงจะมีไม่น้อยที่เกิดปัญหาสภาพทางการเงินติดขัด เงินไม่พอใช้ถึงสิ้นเดือน แค่ตอนเงินเดือนออกก็หมดไปกับค่าโทรศัพท์ ค่างวดบัตรเครดิตแล้ว เงินเก็บไม่ต้องพูดถึง หักค่าใช้จ่ายประจำวันแล้วแทบจะไม่เหลือ หลายคนจึงเลือกที่จะหารายได้เพิ่มจากงานต่างๆ เพื่อเป็นช่องทางในการทำเงินอีกทางหนึ่ง หรือเพื่อเป็น Backup Job ในกรณีฉุกเฉิน การรับทำงานฟรีแลนซ์จึงเป็นทางเลือกที่คนจำนวนมากเลือกทำเป็นงานเสริม เนื่องจากสามารถทำคู่ไปกับงานประจำได้

 

แต่การรับทำงานฟรีแลนซ์คู่กับการทำงานประจำโดยที่ไม่รู้อะไรเลยอาจทำให้คุณปวดหัวยิ่งกว่าเดิม และนี่คือ 5 สิ่งที่ Freelancebay อยากให้คุณรู้และเตรียมตัวไว้ ก่อนที่จะรับงานฟรีแลนซ์มาทำคู่กับงานประจำ

 

การจัดสรรเวลาและจัดลำดับความสำคัญ ระหว่างงานประจำและงานฟรีแลนซ์

การที่คุณจะก้าวเข้ามาทำงานฟรีแลนซ์ในระหว่างที่ทำงานประจำนั้น สิ่งหนึ่งที่เป็นเรื่องยากมากๆ คือเรื่องของการจัดสรรเวลาทำงานระหว่างงานประจำและงานฟรีแลนซ์ให้ลงตัว ฟังดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่าย แต่จริงๆแล้วฟรีแลนซ์หลายๆคนมักจะตกม้าตายตรงนี้บ่อยๆ หลายคนชอบเอางานฟรีแลนซ์ขึ้นมาทำระหว่างทำงานประจำ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรอย่างยิ่ง หากนายจ้างจับได้ว่าคุณทำงานที่ไม่ใช่งานของบริษัท อาจส่งผลกระทบถึงการประเมินเลื่อนขั้น หรืออย่างแย่ที่สุดคือไล่ออกได้เลยทีเดียว อย่าลืมว่างานหลักของคุณคืองานประจำ คุณควรใช้เวลา 8 ชั่วโมงในออฟฟิศสำหรับทำงานนี้อย่างเต็มที่ ส่วนงานฟรีแลนซ์คืองานเสริม เอาไว้ทำหลังจากหมดเวลาของงานประจำแล้ว

 

นอกจากในเรื่องของการจัดเวลาทำงานแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือการจัดลำดับความสำคัญ (Priority Setting) ให้แต่ละงานที่คุณทำ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและลดเวลาการทำงานได้ดีทีเดียว

 

เปลี่ยนบ้านให้เป็นที่ทำงาน

ถึงแม้ว่าอาชีพฟรีแลนซ์ส่วนมากมักจะทำงานที่บ้าน แต่การอยู่ในบรรยากาศของที่ทำงานจะช่วยให้คุณสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากคุณเป็นเจ้านายตัวเอง คุณสามารถจัดเวลาที่จะทำงานตอนไหนก็ได้ที่คุณต้องการ สิ่งหนึ่งที่ฟรีแลนซ์มืออาชีพมักจะทำก็คือการสร้างบรรยากาศที่บ้านให้เป็นเหมือนที่ออฟฟิศ โดยการจัดวางพื้นที่ภายในบ้านให้เป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน อะไรที่ไม่เกี่ยวกับการทำงานอย่างโทรทัศน์ โซฟา เครื่องเล่นเกม รวมถึงโทรศัพท์มือถือ ควรวางไว้ในห้องอื่น การที่คุณมีสมาธิจดจ่ออยู่กับงานโดยปราศจากสิ่งรบกวนเหล่านี้ จะทำให้คุณทำงานได้ดียิ่งขึ้น

 

แต่หากคุณไม่สามารถจัดบรรยากาศในบ้านให้เป็นที่ทำงานได้ คุณอาจลองออกไปทำงานข้างนอกอย่างร้านกาแฟ หรือเช่าพื้นที่ทำงานนอกบ้านอย่าง Co-working Space ดูก็ได้ ซึ่งที่ Co-working Space นั้นมีอุปกรณ์สำนักงานให้คุณใช้อย่างครบครัน เพียงคุณพกคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คไปอย่างเดียว ก็สามารถนั่งทำงานได้สบายๆแล้ว แถมยังเต็มไปด้วยบรรยากาศของคนทำงาน ซึ่งจะช่วยเสริมให้คุณมีสมาธิในการทำงานได้มากทีเดียว

 

การเป็นเจ้านายตัวเอง ไม่ได้หมูอย่างที่คุณคิด

ลองนึกถึงบรรยากาศการทำงานในบริษัท ที่มีการแบ่งงานกันทำตามหน้าที่ ตามตำแหน่งและความถนัด รวมถึงมีการทำงานเป็นทีมกับเพื่อนร่วมงานและผู้บังคับบัญชา ในขณะที่การทำงานฟรีแลนซ์ คุณจะต้องควบคุมทุกอย่างเองทั้งหมด ทั้งในเรื่องของการสื่อสารและการเจรจาต่อรองกับลูกค้า พูดให้ชัดก็คือ คุณต้องเป็นคนรับมือความคิดเห็นเชิงลบจากลูกค้าด้วยตัวเองเหมือนที่เจ้านายคุณเคยทำ ทั้งยังไม่มีเพื่อนร่วมงานคอยให้คำปรึกษาอีกด้วย

 

การทำงานกับลูกค้านั้นแตกต่างจากการทำงานกับเจ้านายในงานประจำ ลูกค้าสามารถเรียกร้องให้เราทำตามที่ใจพวกเขาต้องการ และมักจะคาดหวังให้เรามีการตอบสนองอย่างทันท่วงที ตลอด 24 ชั่วโมง หากคุณไม่สามารถรับมือกับลูกค้าผู้น่ารักเหล่านี้ได้ คุณก็จำต้องทนเป็นเบี้ยล่างให้ลูกค้าเรียกใช้ไปเรื่อยๆ สิ่งที่สำคัญคือคุณควรสื่อสารกับลูกค้าให้ชัดเจน แม้คุณจะออกมาทำงานฟรีแลนซ์เต็มเวลา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง คุณควรมีการกำหนดช่วงเวลาทำงานให้ตัวคุณเองด้วย

 

รอบคอบเรื่องการจ่ายเงิน รับเช็คและวางบิล

สิ่งหนึ่งที่เป็นเรื่องยากที่สุดของการเป็นฟรีแลนซ์ก็คือการไม่เข้าใจธรรมาชาติของการจ่ายเงินของแต่ละบริษัท ซึ่งบริษัทใหญ่ๆ ส่วนมากจะมีการกำหนดรอบการจ่ายเงินเอาไว้เลยว่าจะจ่ายภายใน 30, 60, 90 วันหลังจากส่งมอบงาน เรียกว่า "เครดิต" เช่น เครดิต 30 วัน, เครดิต 60 วัน คุณควรสื่อสารกับลูกค้าให้เข้าใจว่านโยบายการจ่ายเงินของลูกค้าเป็นอย่างไร เพื่อที่คุณจะได้สามารถคาดเดาได้ว่าหลังจากทำงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณจะได้รับเงินเมื่อไหร่ พึงระลึกไว้เสมอว่าลูกค้ามีโอกาสที่จะจ่ายเงินช้าเสมอ (โดยเฉพาะในเวลาที่คุณต้องการใช้เงิน) ดังนั้น อย่าลืมระบุในสัญญาจ้างให้ชัดเจนเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวคุณเอง คุณคงไม่อยากทำงานให้ใครฟรีๆหรอกนะ

 

ไม่หยุดพัฒนาตนเอง

ไม่ว่าคุณจะเป็นฟรีแลนซ์ในสายความถนัดใดก็ตาม จะเป็นนักเขียน, โปรแกรมเมอร์, นักออกแบบกราฟฟิค, หรือในสายงานอื่นๆ คุณจำเป็นต้องพัฒนาตัวเองอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงศึกษาคู่แข่งในสายงานของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการลงเรียนในคอร์สอบรมต่างๆ เข้าร่วมการสัมมนาที่เกี่ยวกับทักษะและสายงานของคุณ การเข้าร่วมสัมมนาต่างๆ ไม่เพียงจะทำให้คุณรู้เทรนด์ตลาดก่อนใคร แต่ยังได้เรียนรู้จากคนประสบความสำเร็จในสายงานของคุณอีกด้วย

 

ในโลกที่เปลี่ยนแปลงด้วยความเร่ง หากเรามัวอยู่เฉยๆ ในขณะที่คนอื่นๆ พยายามหาความรู้ใส่ตัวเพื่อก้าวให้ทันโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ก็เท่ากับว่าเรากำลังถอยหลังแล้ว ดังนั้น อย่าหยุดการเรียนรู้ หาหนังสือมาอ่าน เรียนรู้จากความผิดพลาด นำมาปรับปรุงและพัฒนาเพื่อให้คุณเก่งขึ้น ซึ่งจะนำมาสู่รายได้ที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง

 

ที่มา

ความคิดเห็น

บทความอื่นๆ

14 ข้อผิดพลาดที่ชาวฟรีแลนซ์มักรู้สึกผิด...
7 เมษายน 2016

ทุกคนย่อมเคยมีความผิดพลาดในอาชีพการงาน หรื...

บทความสร้างแรงบันดาลใจ
0
2142
14 ข้อผิดพลาดที่ชาวฟรีแลนซ์มักรู้สึกผิด...
11 เมษายน 2016

แล้วก็มาพบกันอีกแล้ว กับภาคต่อของ บทความ &lsqu...

บทความสร้างแรงบันดาลใจ
0
1881
9 เคล็ดลับสร้างแรงบันดาลใจในวันที่หมดไฟ!...
21 กันยายน 2017

เป็นธรรมดาที่คุณจะรู้สึกหมดไฟ หรือเบื่องานที่ทำ ถึ...

บทความสร้างแรงบันดาลใจ
0
1322
5 บทเรียนสำหรับนักออกแบบมือใหม่ ใช้เตือน...
10 มกราคม 2018

สวัสดีค่า วันนี้ FreelanceBay มี 5 บทเรียนเตือ...

บทความสร้างแรงบันดาลใจ
0
1409
ซึมเศร้า อกหัก รักคุด ให้งานไม่สะดุด ต้อ...
2 ตุลาคม 2017

สำหรับคนที่มีเรืองเศร้ารบกวนจิตใจ ปกติแล้วจะขุ...

บทความสร้างแรงบันดาลใจ
0
914
5 เหตุผลสำคัญที่ควรเลือกใช้งานฟรีแลนซ์มื...
7 ตุลาคม 2015

การเลือกใช้ฟรีแลนซ์มืออาชีพเข้ามาร่วมงานเป็นการลงท...

บทความสร้างแรงบันดาลใจ
0
1751
© 2015-2019 FreelanceBay.com, All rights reserved.