4 สัญญาณบอกว่า ได้เวลาอัพค่าตัวแล้ว
31 สิงหาคม 2559

เป็นเรื่องธรรมดาในโลกทุนนิยมที่เราต่างต้องทำงานแลกกับเงิน เพื่อให้ได้มาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม หากในงานประจำเราหวังที่จะได้เงินเดือนเพิ่มมากขึ้น การทำงานฟรีแลนซ์แล้วได้อัพค่าตัวก็คงเป็นเรื่องเดียวกัน ปัญหาคือมีฟรีแลนซ์จำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เราควรขึ้นค่าแรง ทำให้ต้องรับทำงานในราคาเท่าเดิมไปเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่ค่าครองชีพเพิ่มขึ้นทุกๆ วัน เท่ากับว่าเราทำงานเท่าเดิม (หรืออาจจะมากขึ้น) ในขณะที่ได้รับค่าแรงน้อยลง ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีเลย

 

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เราควรขึ้นค่าแรง FreelanceBay มีข้อแนะนำง่ายๆ 4 ข้อ ที่คุณสามารถขึ้นค่าแรงได้ทันทีโดยไม่ต้องคิดมาก ให้คุณได้ลองทำตามกันดู

 

1. เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการทำงาน

การพูดคุยรายละเอียดการทำงานกับลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกก่อนที่จะเริ่มทำงานทุกครั้ง เพื่อให้เราสามารถประเมินได้ว่างานชิ้นนี้ควรจะคิดค่าบริการเท่าไหร่ และเมื่อลูกค้าตกลงกับข้อเสนอ ก็สามารถเริ่มทำงานได้ แต่หากหลังจากที่ได้ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ลูกค้าเกิดอยากขอเพิ่มตรงนั้นนิด ตรงนี้หน่อย ซึ่งถ้าเล็กๆ น้อยๆ เราก็คงพอทำให้ได้ แต่ถ้าเริ่มเยอะจนเกินสโคปงานที่ตกลงกันไว้ หรือมีต้องใช้เวลาในการทำงานเพิ่มมากขึ้น ก็คงจะเริ่มเกิดอาการ "อ้าวเฮ้ย ... ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่หน่า" ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น คุณสามารถเรียกค่าบริการเพิ่มเติมได้เลย ซึ่งลูกค้าที่ดีก็น่าจะเข้าใจได้ไม่ยาก และถ้าเขาอยากได้งานนั้นจากคุณจริงๆ เขาจ่ายให้คุณได้อยู่แล้วล่ะ

 

2. เมื่อคุณเก่งมากขึ้น

เมื่อคุณทำงานได้สักระยะ เก็บเกี่ยวประสบการณ์และชั่วโมงการทำงานเพิ่มมากขึ้น มีความเชี่ยวชาญในงานแล้ว ยินดีด้วย ได้เวลาอัพค่าตัวเพิ่มแล้วล่ะ ลองประเมินตัวเองดูว่าฝีมืออยู่ในระดับไหน ค่าตัวปัจจุบันอยู่ที่เท่าไหร่ แล้วขึ้นค่าแรงขึ้นให้เหมาะสมกับฝีมือของตัวเอง โดยประเมินตามความเป็นจริง ได้แก่ ฝีมือของคุณพัฒนาเพิ่มมากขึ้นหรือไม่เมื่อเทียบกับผลงานเดิม? ลูกค้ารายใหญ่เคยใช้บริการหรือไม่? มีชื่อเสียงในวงการแล้วหรือยัง? มีประสบการณ์การทำงานที่หลากหลาย (หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน) หลังจากประเมินเสร็จแล้ว ก็อัพค่าตัวได้เลย

 

3. เมื่อคุณทำงานหนักจนเกินไป

ตอนที่คุณเริ่มต้นทำงานฟรีแลนซ์ใหม่ๆ สิ่งที่ยากที่สุดคงหนีไม่พ้นการตะเกียกตะกายหางานทำเพื่อให้คุณมีรายได้เข้ามาให้เร็วที่สุด แม้จะด้วยค่าแรงอันน้อยนิดก็ตาม จนกระทั่งคุณมีงานเข้ามาจนเริ่มจะล้นมือและทำไม่ไหว ก็ถึงเวลาที่ต้องทบทวนกันใหม่แล้วล่ะว่าคุณคิดราคาถูกเกินไปมั้ย ลองปรับค่าตัวขึ้นสักเล็กน้อยเพื่อให้คุ้มกับค่าเหนื่อยมากขึ้น เพราะการทำงานหนักภายใต้ค่าแรงที่ต่ำนั้นมันไม่คุ้มเอาซะเลย

 

4. เมื่อคุณทำงานกับลูกค้ามาเป็นเวลานาน

เรื่องเงินเรื่องทองบางทีก็เป็นเรื่องที่พูดยาก และอาจทำให้คุณรู้สึกว่าการขอขึ้นราคากับผู้จ้างนั้นจะทำให้พวกเขาหนีไปจ้างคนอื่นแทน ซึ่งไม่จริงเสมอไป เพราะลูกค้าที่ดีหลายๆ คนมักยินดีที่จะจ่ายเพื่อรักษาคุณไว้เช่นเดียวกัน โดยทั่วไปแล้วการขึ้นค่าบริการแค่ปีละ 1 ครั้งก็ถือว่าเพียงพอแล้ว เว้นเสียแต่ว่าคุณฝีมือเจ๋งมากๆ และเป็นที่ต้องการของตลาดจริงๆ (หรือเข้าข่าย 3 ข้อบน) ก็อาจขึ้นค่าตัวได้บ่อยครั้งกว่า

 

หลายครั้งที่การอัพค่าตัวอาจทำให้คุณเสียลูกค้าบางรายไปบ้าง แต่แล้วไง? ถึงลูกค้ามีสิทธิ์ที่จะเลือกใครมาทำงานก็ได้ แต่มันเป็นสิทธิ์โดยชอบธรรมที่คุณสามารถทำได้เช่นเดียวกัน และเราเองก็คงไม่อยากทำงานกับลูกค้าที่ต้องการบริการชั้นเลิศในราคายาจกหรอกจริงไหม ทั้งนี้ก็ควรดูความสามารถของตัวเองด้วยว่าสมเหตุสมผลกับราคาที่ตั้งหรือไม่ เพราะการคิดราคาที่สูงเกินไปลูกค้าก็จ่ายให้คุณไม่ไหวเหมือนกัน เอาราคาที่พอดีๆ และสบายใจทั้งลูกค้าและเราจะดีที่สุด

 

อ่านบทความอื่นๆ ของ FreelanceBay

สมัครสมาชิก FreelanceBay

ติดตาม FreelanceBay จากช่องทางต่างๆ : Facebook | Twitter | Google+

กำลังเชื่อมต่อ